พุทธศาสนาสำหรับเด็ก บทที่ ๖ พระพุทธศาสนาเกิดขึ้นในโลก |
||
|
ตั้งแต่พระองค์ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้วพักสำราญพระอิริยาบถอยู่ในที่ต่างๆ อันอยู่ในบริเวณต้นไม้มหาโพธิ จนถึงวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๘ ทรงระลึกถึงปัญจวัคคีย์ที่ได้เคยปฏิบัติพระองค์มาแต่ก่อน จึงเสด็จไปเทศนาสั่งสอนปัญจวัคคีย์ ณ ที่ป่ามีชื่อว่า "อิสิปตนมฤคทายวัน" อันอยู่ในจังหวัดพาราณสี เสด็จถึงเวลาเย็น ปัญจวัคคีย์ยังไม่เชื่อว่าพระองค์ได้ตรัสรู้แล้ว อันเป็นคำที่ปัญจวัคคีย์ไม่เคยได้ยินมาแก่ก่อนจึงเชื่อ พอเป็นเวลาค่ำพระองค์ให้ปัญจวัคคีย์นั่งประชุมพร้อมกันแล้วตรัสเทศนาพระธรรมจักกัปปวัตนสูตร เบื้องต้นทรงแสดงลัทธิ ๒ อย่าง คือ
ทั้ง ๒ นี้ว่าไม่เป็นประโยชน์ บรรพชิตไม่ควรซ่องเสพ ให้ปัญจวัคคีย์เพิกถอนความสงสัยในลัทธิบรรพชิตอื่นๆ ที่ประพฤติเช่นนั้นเสีย แล้วตรัสสอนให้ปฏิบัติในทางปฏิบัติกลางคือ
รวมเป็น ๘ ข้อ ใน ๘ ข้อนี้เรียกว่า "มรรค" คือทางของความปฏิบัติอันจะทำให้บรรลุธรรมวิเศษอันดับทุกข์ได้แล้วยกอริยสัจ คือสภาพที่เป็นความจริงของพระอริยะขึ้นเทศนาต่อไป คือ
พอจบพระธรรมเทศนาตอนนี้ พระโกณฑัญญะเกิดดวงปัญญาเห็นธรรมได้บรรลุพระโสดา แล้วขอบรรพชาเป็นพระภิกษุ ต่อมาอีกไม่ช้า ทรงสั่งสอนพระภิกษุทั้ง ๕ ด้วยอนัตตลักขณสูตร แสดงขันธ์ทั้ง ๕ คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ อันบุคคลมาเข้าในว่าเป็นตัวตนนั้น จึงบังคับให้เป็นไปตามความปรารถนาไม่ได้ ให้พระภิกษุทั้ง ๕ ถอนความยึดถือขันธ์ทั้ง ๕ ตามความเข้าใจแต่เดิมนั้นเสีย จิตก็บริสุทธิ์สำเร็จเป็นพระอรหันต์ปรากฏเป็นพยานแห่งความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
พระพุทธศาสนาเกิดปรากฏขึ้นในโลกแต่นั้นมาคราวนั้นมีพระอรหันต์ ๖ องค์ทั้งพระพุทธเจ้า ต่อมาบุตรเศรษฐีชาวเมืองพาราณสีชื่อ ยสะ ออกไปขอบวชได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ บิดามารดากับภรรยาของพระยสะ มีความเลื่อมใสถึงปฏิญาณตนเป็นอุบาสกอุบาสิกาในพระพุทธศาสนา ครั้นนั้นยังมีสหายของพระยสะ ๔ คนตามออกไปบวชภายหลังก็ได้เป็นพระอรหันต์ ครั้งนั้นมีพระอรหันต์สาวกปรากฏขึ้นในโลก ๖๐ องค์ พระองค์ก็ส่งพระอรหันต์ทั้งหลายนั้นให้แยกย้ายกันไปเที่ยวสั่งสอนพระศาสนา ส่วนพระองค์เสด็จไปเที่ยวสั่งสอนโดยลำพัง เสด็จออกจากเมืองพาราณสีจะไปยังอุรุเวลาประเทศแคว้นราชคฤห์ พบชายสหาย ๓๐ คน ตรัสเทศนาให้ฟัง ทั้ง ๓๐ คนเลื่อมใสแล้ว ขอบวชได้เป็นพระอรหันต์ พระองค์ก็ส่งไปเที่ยวสอนศาสนาในทิศต่างๆ ส่วนพระองค์เสด็จตรงไปอุรุเวลาประเทศ ซึ่งเป็นที่สำนักของชฎิล ๓ คนพี่น้อง ชื่ออุรุเวลกัสสป ๑ นทีกัสสป ๑ คยากัสสป ๑ กับทั้งชฎิลบริวาร ๑๐๐๐ คน ตั้งที่สำนักชุมนุมกันอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ถือเพศเป็นบรรพชิตนักบวชพวก ๑ มีการบูชาไฟ ด้วยเข้าใจว่าไฟเป็นของร้อนอาจจะเผากิเลสความมัวหมองในใจให้บริสุทธิ์ได้ ตั้งตัวว่าเป็นพระอรหันต์ อุรุเวลกัสสปเป็นพี่ชายใหญ่มีบริวาร ๕๐๐ ตั้งสำนักอยู่เหนือน้ำ นทีกัสสปเป็นน้องคนกลางมีบริวาร ๓๐๐ ตั้งสำนักอยู่ใต้ต่อลงไป คยากัสสปเป็นน้องเล็ก มีบริวาร ๒๐๐ ตั้งอยู่ถัดลงไป ชฎิล ๓ คนพี่น้องนี้ มีประชุมนับถือว่าเป็นพระอรหันต์ เป็นอาจารย์ใหญ่อยู่ในตำบลอุรุเวลาประเทศ มีมานะทิฐิกล้า พระพุทธภิกษุในสำนักของพระองค์ พระองค์จึงพาชฎิลทั้ง ๓ กับบริวารไปยังคยาสีสะประเทศ ใกล้แม่น้ำคยา ทรงแสดงพระธรรมเทศนาอาทิตตปริยายสูตรให้พระภิกษุทั้งหกลายนั้นเข้าใจว่า ไฟที่เคยบูชาอยู่ก่อนนั้นไม่ใช่ทำให้กิเลสหมดไปไม่ทำให้ใจบริสุทธิ์ได้ ทรงยกเอา
ว่าเป็นไฟเผาสัตว์ให้ร้อนกระวนกระวายรวมเข้าเป็นไฟ
คือกิเลสส่วน ๑ และชาติความเกิด ชรา ความแก่ มรณะ ความตาย โสกะความโศกเศร้าใจ ปริเทวะ ความร่ำไรบ่นเพ้อด้วยความหลงรักใคร่ในบุคคลและสิ่งของต่างๆ ทุกข์ ความเจ็บกาย โทมนัสความเสียใจ อุปายาส ความแค้นใจเหล่านี้เป็นไฟเผาสัตว์ให้เร่าร้อนกระวนกระวาย รวมเข้าเป็นไฟคือทุกข์ ๑ พระภิกษุทั้งหลายนั้นได้ฟังพระธรรมเทศนา ก็ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์หมดด้วยกัน จากหนังสือพระพุทธศาสนา โดย มหาอำมาตย์ตรี พระยาภักดีนฤเบศร์ เมษายน ๒๕๒๐ |
||