พุทธศาสนาสำหรับเด็ก บทที่ ๗ ประดิษฐานพระพุทธศาสนาในแคว้นมคธ

        เมื่อพระพุทธเจ้าได้ตรัสเทศนาโปรดพระอุรุเวลกัสสปกับน้องและบริวารให้สำเร็จพระอรหันต์แล้ว จึงพาพระภิกษุสาวกเข้าไปสู่เมืองราชคฤห์ ประทับอยู่ที่สวนตาลหนุ่ม ครั้งนั้นพระเจ้าพิมพิสารผู้ครองกรุงราชคฤห์อันเป็นใหญ่อยู่ในแคว้นมคธประเทศ ทรงทราบว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมา ก็พาราชบริวารพร้อมด้วยพวกพราหมณ์และคฤหบดีเป็นจำนวนมาก ในว่ามีประมาณนับได้ถึง ๑๑ หมื่น ออกมาต้อนรับประชุมพร้อมกันในที่นั้น การประชุมครั้งนี้ เป็นการประชุมใหญ่ที่พระพุทธเจ้าได้เสด็จอยู่ในที่ประชุมพร้อมด้วยพระสงฆ์สาวกและกษัตริย์ พราหมณ์ คฤหบดี ซึ่งมีเป็นคราวแรก เรียกชื่อของการประชุมนี้ว่า "พิมพสารสมาคม"

          คนที่มาประชุมในที่นั้นบางพวกยังเชื่อว่า อุรุเวลกัสสปเป็นพระอรหันต์และเป็นใหญ่กว่าพระพุทธเจ้า บางพวกก็สงสัยว่าพระพุทธเจ้ากับอุรุเวลกัสสปใครจะเป็นพระอรหันต์ ใครจะเป็นใหญ่กว่ากัน ใครจะเป็นศิษย์ใครจะเป็นอาจารย์ พระพุทธเจ้าทรงทราบถึงความคิดของคนเหล่านั้นแล้วเพื่อจะให้หมดความสงสัย จึงตรัสถามพระอุรุเวลกัสสปถึงลัทธิและความปฏิบัติในเวลาที่เป็นชฎิลอยู่ พระอุรุเวลกัสสปก็กราบทูลให้ปรากฏแก่ประชุมชนว่า ลัทธิเดิมนั้นใช้ไม่ได้ ไม่เป็นประโยชน์และไม่ใช่พระอรหันต์ พระพุทธเจ้าเป็นพระอรหันต์ คำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นธรรม นำผู้ปฏิบัติให้บรรลุคุณวิเศษเป็นพระอรหันต์ คนที่มาประชุมฟังอยู่คราวนั้นมีพระเจ้าพิมพิสารเป็นต้น ได้สำเร็จพระโสดาถึง ๑๒ ส่วน เพียงแต่มีความเลื่อมใสปฏิญาณตนเป็นอุบาสกนับถือพระรัตนตรัยอีก ๑๑ ส่วน ด้วยเหตุนี้พระพุทธศาสนาจึงประดิษฐานตั้งมั่นลงในแคว้นมคธก่อนแคว้นอื่นๆ ตั้งแต่นั้นมา ก็มีประชุมชนเลื่อมใสนับถือ ที่ออกบวชและยอมตนเป็นอุบาสกอุบาสิกา รับเป็นภาระบำรุงพระพุทธศาสนามากขึ้น พระพุทธศาสนาจึงแผ่ไปในบ้านเมืองอื่นๆ ประดิษฐานมั่นคงขึ้นตามลำดับ

           ส่วนพระเจ้าสุทโธทนะ ได้ทราบข่าวเล่าลือว่าพระพุทธเจ้าผู้เป็นพระราชโอรสของพระองค์ได้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว เที่ยวเทศนาสั่งสอนคนอื่นๆ มีคนนับถือมาก ก็อยากจะเห็น จึงทรงใช้ให้อำมาตย์ออกไปเชิญเสด็จ อำมาตย์ออกไปเชิญเสด็จถึง ๑๐ คราว มีบริวารไปด้วยคราวละมากๆ ตามกำหนดว่าไปคราวละ ๑๐๐๐ คน แต่ไปถึงก็บวชได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ทุกคราว กาฬุทายีอำมาตย์เป็นผู้ไปครั้งที่ ๑๐ เมื่อได้บวชสำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้ว จึงกราบทูลเชิญเสด็จมาสู่ เมือง กบิลพัสดุ์ พระองค์เสด็จพร้อมด้วยพระอรหันต์สาวกเป็นบริวาร จากเมืองราชคฤห์ถึงเมืองกบิลพัสดุ์พักอยู่ในสวนชื่อนิโครธะ ซึ่งภายหลังพระเจ้าสุทโธทนะโปรดให้สร้างเป็นวัดลงในที่นี้ชื่อว่า "นิโครธาราม" ครั้งนั้น กษัตริย์ศากยราช คือ พระญาติของพระองค์ พาพระโอรสธิดาออกมาเฝ้า ที่มีพระชนมายุแก่กว่าก็ไม่แสดงความเคารพ จึงเป็นเหตุให้พระองค์ต้องแสดงพระองค์ว่าพระองค์เป็นพระพุทธเจ้า เป็นที่เคารพของมนุษย์และเทวดาทั่วไป ให้พระญาติมีความเคารพในพระองค์แล้วตรัสเทศนาเรื่องมหาเวสสันดรชาดก เวลารุ่งเช้าจึงพาพระสงฆ์ไปเที่ยวบิณฑบาต ไปโดยลำดับทางจนถึงพระราชวังของพระเจ้าสุทโธทนะ พระเจ้าสุทโธทนะเห็นพระองค์เที่ยวบิณฑบาตตลอดมาตามชาวบ้าน ก็เสียพระทัย เสด็จลงมาที่ถนนตรัสติเตียนว่า การเที่ยวขออาหารชาวบ้านเช่นนี้ทำให้เสื่อมเสียเกียรติวงศ์ศากยราช พระองค์จึงตรัสตอบว่า เป็นธรรมเนียมของพระพุทธเจ้า แล้วเทศนาให้พระบิดาฟังพอจบคาถาที่ ๑ พระบิดาก็ได้สำเร็จพระโสดา แล้วนิมนต์พระพุทธเจ้าเข้าไปฉันในพระราชวัง การเสด็จไปกรุงกบิลพัสดุ์คราวนี้ได้เทศนาให้พระบิดา และพระนางปชาบดี พระนางพิมพา กับพระญาติอื่นๆ ฟัง ได้บรรลุธรรรมมีโสดาเป็นต้น พระราหุลตามออกมาบวชเป็นสามเณร ภายหลังบวชเป็นพระภิกษุอีกหลายองค์ มีพระอนุรุทธ พระนันท์ พระอานนท์ เป็นต้น

          ตั้งแต่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ สอนพระปัญจวัคคีย์ให้สำเร็จพระอรหันต์ จนถึงพาพระอรหันต์สาวกเข้าไปสู่นครราชคฤห์ ประดิษฐานพระพุทธศาสนาในแคว้นมคธแล้ว ต่อนั้นพระองค์ก็เสด็จไปยังประเทศบ้านเมืองและชนบทต่างๆ เสด็จพร้อมกับพระภิกษุสาวกเป็นบริวารบ้าง เสด็จโดยลำพังพระองค์บ้าง ส่งแต่พระภิกษุสาวกไปบ้าง เพื่อสั่งสอนประชาชนประดิษฐานพระพุทธศาสนา พระพุทธศาสนาก็แพร่หลายไปในบ้านเมืองต่างๆ ซึ่งอยู่ในมัธยมประเทศ ต่อมาภายหลังจึงได้แพร่หลายออกไปในที่อื่นๆ

  จากหนังสือพระพุทธศาสนา โดย มหาอำมาตย์ตรี พระยาภักดีนฤเบศร์ เมษายน ๒๕๒๐