พุทธศาสนาสำหรับเด็ก บทที่ ๑๑ วันสำคัญในพระพุทธศาสนา |
||
|
ในการศาสนาย่อมมีวันอันเป็นที่กำหนดว่าเป็นวันสำคัญสำหรับผู้นับถือ แสดงความเคารพและทำบุญตามลัทธิของศาสนา ในพระพุทธศาสนาก็มีวันสำคัญเช่นนั้น แต่การนับวันย่อมนับวันตามวิธีนิยมในจันทรคติคือในเดือน ๑ แบ่งออกเป็น ๒ ปักษ์ที่เรียกว่า ข้างขึ้นข้างแรม นับแต่วันที่ ๑ ต้นเดือนว่า ค่ำ ๑ จนถึง ๑๕ ค่ำ เป็นวันกลางเดือน คือที่เรียกว่าวันเพ็ญเป็นข้างขึ้นเรียกว่า สุกกปักษ์ แล้วนับ ๑ ต่อวัน ๑๕ ค่ำ ไปจนถึง ๑๕ ค่ำ หรือ ๑๕ ค่ำ ตามจำนวนวันของเดือนถ้วนและเดือนขาดเป็นข้างแรมเรียกว่า กาฬปักษ์ รวมวันทั้งข้างขึ้นข้างแรมเป็นเดือน ๑ ที่นับเป็นวันสำคัญในพระพุทธศาสนานั้น วันอันสำคัญยิ่งก็คือวันวิสาขะ ที่เรียกว่า "วิสาขบูชา" เป็นวันที่พระพุทธเจ้าของเรา ประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ กลางเดือน ๖ บางปี ก็เป็นกลางเดือน ๗ เพราะมีอธิกมาสเติมเดือน ๘ เป็น ๒ หน กับวันมาฆบูชาอีกวันหนึ่ง ซึ่งนิยมกันว่า เป็นวันที่พระสาวกล้วนแต่เป็นพระอรหันต์ ๑๒๕๐ องค์ ไม่ได้นัดหมายกันก็มาประชุมพร้อมกันได้ พระพุทธเจ้าทรงตั้งให้พระสาริบุตรเป็นอัครสาวกฝ่ายขวา ให้พระโมคคัลลานะเป็นอัครสาวกฝ่ายซ้าย และทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์เป็นการประชุมใหญ่ ซึ่งเรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต เป็นการประชุมพระสาวกคราวแรก ณ เวฬุวันวิหารเมืองราชคฤห์ ตรงกับวันขึ้น ๑๕ กลางค่ำ ๓ บางปีก็เลื่อนไปกลางเดือน ๔ พึงกำหนดดังนี้ วิสาขบูชาอยู่ต้นปี วันมาฆบูชาก็อยู่ปลายปี ถ้าวิสาขบูชากลางเดือน ๖ มาฆบูชาก็อยู่กลางเดือน ๓ ถ้าวิสาขบูชาเลื่อนไปกลางเดือน ๗ มาฆบูชาก็เลื่อนไปกลางเดือน ๔ ตามที่กำหนดนี้ ท่านกำหนดตามวิธีนับวันซึ่งเรียกว่า ปักษคณนา ซึ่งเป็นวิธีนับวันตามจันทรคติ ท่านกำหนดวันเพ็ญที่พระจันทร์ตรงกับดาวฤกษ์ วิสาขะและมาฆะด้วย ถ้าจะกำหนดให้ตรงเสมอไป ควรกำหนดตามสุริยะคติคือวันวิสาขบูชา กำหนดเอาวันเพ็ญในเดือนพฤษภาคม มีสองวันเพ็ญ คือเอาวันเพ็ญหลัง วันมาฆบูชากำหนดวันเพ็ญซึ่งอยู่หลังวันที่ ๒ เดือนกุมภาพันธ์ นอกจาก ๒ วันนี้
ก็คือวันอุโบสถและวันธรรมสวนะคือวัน ๘ ค่ำ และ ๑๕ ค่ำ หรือ ๑๕ ค่ำ ตามจำนวนวันในเดือนถ้วนและเดือนขาด วันทั้ง ๓ นี้ คำสามัญเรียกว่า
"วันพระ" วันอุโบสถเป็นกิจสำคัญอย่างหนึ่งของพระ ทำในวัน ๑๔ หรือ ๑๕ ค่ำ วัน ๘ ค่ำเป็นวันฟังธรรม และวัน ๘ ค่ำ ๑๔ ค่ำ หรือ ๑๕ ค่ำ เป็นวันกำหนดรักษาอุโบสถศีลของอุบาสกอุบาสิกาด้วย นอกจากนี้ยังมีวันซึ่งเป็นวันสำหรับทำบุญประจำปี คือ วันเข้าพรรษา วันสารท
วันออกพรรษา วันตรุษสงกรานต์ ในวันพระชาวบ้านที่ว่างการงาน ย่อมพากันไปที่วัดรักษาศีลและฟังเทศน์ ที่รักษาอุโบสถศีลก็มี ในวันทำบุญประจำปีชาวบ้านพากันไปทำบุญที่วัด มีการตักบาตรและเลี้ยงพระก็มี ที่ทำเพียงแต่ตักบาตรที่บ้านก็มี
นอกจากวันตรุษสงกรานต์ ก็เป็นวันตรงกับวันพระอยู่แล้ว จากหนังสือพระพุทธศาสนา โดย มหาอำมาตย์ตรี พระยาภักดีนฤเบศร์ เมษายน ๒๕๒๐ |
||