- พระพุทธรูปปางนี้ อยู่ในพระอิริยาบถยืน
- พระหัตถ์ทั้งสองประสานยกขึ้นประทับที่พระอุระ
-
พระหัตถ์ขวาทับพระหัตถ์ซ้าย
เป็นกิริยารำพึง
ฯ
เมื่อตปุสสะกับภัลลิกะทูลลาไปแล้ว
พระองค์ก็เสด็จไปประทับยืนที่ใต้อชปาลนิโครธ
และได้ทรงรำพึงถึงธรรมที่พระองค์ทรงตรัสรู้แล้วนั้นว่า
เป็นธรรมประณีตละเอียด
สุขุมคัมภีรภาพยากที่บุคคลจะรู้ได้
ถึงกับดำริจะไม่แสดงธรรมแก่มหาชน
แต่เมื่อทรงรำพึงถึงธรรมเนียมของพระพุทธเจ้าทั้งหลายแต่ปางก่อนว่า
ได้ตรัสรู้แล้วย่อมแสดงธรรมโปรดประชากร
ประดิษฐานพระพุทธศาสนาให้แผ่ไพศาล
จนถึงเสด็จปรินิพพาน
จึงได้น้อมพระทัยไปในการแสดงธรรม
และทรงพิจารณาอีกว่า อุปนิสัยของสัตว์โลกย่อมแตกต่างกัน
เปรียบเหมือนดอกบัว ๔ เหล่า
ดอกบัวที่อยู่เหนือน้ำจักบานทันทีเมื่อสัมผัสแสงอาทิตย์ ดอกบัวที่อยู่เสมอน้ำ และใต้น้ำ
ก็จะบานในวันต่อๆ มา แต่ดอกบัวที่อยู่ใต้โคนตม
กว่าจะมีโอกาสชูดอกมาอยู่เหนือน้ำ
อาจจะเป็นอาหารของเต่าและปลาไปก่อนก็ได้ เมื่อพิจารณาดังนั้น
จึงทรงอธิษฐานพระทัยในอันจะแสดงธรรมสั่งสอนมหาชนฯ
|