|
ตำนานบทพาหุงฯ
|
|
ชัยชนะของพระพุทธเจ้าอันเป็นมงคล
|
|
- พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง
ครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง
ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา
มุนินโท
- ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคลานิฯ
|
บทที่ ๑ ( ปราบมาร ด้วยทานบารมี )
พระพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ใต้ต้นโพธิ์
พระยาวัสสวดีมาราธิราช
ได้ขี่ช้างคิรีเมขล์
ยกทัพมารที่ดุร้ายมุ่งผจญข่มขู่พระโพธิสัตว์
แต่ด้วยบุญบารมีของพระโพธิสัตว์ทำให้
พระแม่ธรณีปรากฏกายขึ้นบิดมวยผม
เกิดน้ำท่วมใหญ่พัดพากองทัพมารแตกพ่ายไป
|
|
|
|
|
|
- มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง
โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง
ขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
- ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ
|
บทที่ ๒ ( ปราบยักษ์ ด้วยขันติธรรม )
พระพุทธเจ้าเสด็จไปปราบอาฬวกยักษ์
ซึ่งสำแดงฤทธิ์
ถีบยอดเขาไกรลาศ
แล้วร้องเรียกยักษ์บริวารมาล้อมวิมาน
ยิงศาสตราวุธ ๗ ประการใส่พระพุทธเจ้า
อาวุธนั้นกลับกลายเป็นดอกไม้บูชาพระพุทธองค์
อาฬวกยักษ์แพ้ฤทธิ์แล้ว
พระองค์จึงเทศนาโปรด
จนยักษ์ถึงแก่พระโสดา
|
|
|
|
|
|
- นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง
ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง
เมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
- ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ
|
บทที่ ๓ ( ปราบช้าง ด้วยเมตตาธรรม )
พระพุทธองค์ทรงทรมานช้างนาฬาคีรี
ครั้งนั้นพระเทวทัตคิดฆ่าพระพุทธเจ้า
จึงเข้าเฝ้าพระเจ้าอชาตศัตรู
ขอให้เอาเหล้ากรอกช้างนาฬาคีรี
แล้วปล่อยไปตามถนน
ที่พระพุทธองค์เสด็จออกบิณฑบาต
พระพุทธเจ้าทรงทรมานช้างนาฬาคีรีให้หายเมาเหล้า
แล้วตั้งอยู่ในพระไตรสรณคมณ์
|
|
|
|
|
|
- อุกขิตตะขัคคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง
ธาวันติโยชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง
อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท
- ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ
|
บทที่ ๔ ( ปราบมหาโจร ด้วยอิทธิฤทธิ์ )
พระพุทธเจ้าทรงโปรดองคุลิมาล
เมื่อพระพุทธองค์กลับจากบิณฑบาตในกรุงสาวัตถีพบองคุลิมาล
องคุลิมาลเห็นเข้าจึงจับอาวุธไล่ตามพระพุทธองค์
แต่ไล่ตามไม่ทัน
พระพุทธองค์ตรัสให้องคุลิมาลได้คิด
เราหยุดแล้ว แต่ท่านสิไม่หยุด
องคุลิมาลเลื่อมใส
ขอบวช
และตามเสด็จกลับไปกรุงสาวัตถี
พักอยู่ ณ เชตวนาราม
|
|
|
|
|
|
- กัตวานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา
จิญจายะ ทุฎฐะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌ
สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท
- ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ
|
บทที่ ๕ ( ปราบหญิงแพศยา ด้วยสันติธรรม )
พระพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ
เชตุพน ใกล้เมืองสาวัตถี
ครั้งนั้นเกิดลาภสักการะในพระพุทธศาสนามาก
พวกเศรษฐีให้นางจิญจมาณวิกา
ทำอุบาย เข้าออกในพระเชตุพนเนืองๆ
แล้วเอาท่อนไม้ผูกท้องเข้าในผ้านุ่ง
ไปยืนแสดงตนขณะพระพุทธเจ้าแสดงพระธรรมเทศนา
ร้องตู่ว่าพระองค์ทำให้นางมีครรภ์
พระอินทร์และเทพยดา ๔ องค์ นิมิตลงมาเป็นหนูกัดเชือกผูกท่อนไม้ขาด
แล้วแผ่นดินก็สูบนางจิญจมาณวิกาลงไปในนรก
|
|
|
|
|
|
- สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตุง
วาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง
ปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท
- ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ
|
บทที่ ๖ ( ปราบเจ้าลัทธิ ด้วยปัญญา )
พระพุทธเจ้าประทับอยู่ในมหาวัน
ใกล้เมืองเวสาลี
ครั้งนั้นมีสัจกนิครนถ์บุตร
อาศัยในเมืองเวสาลี
ถือมิจฉาทิฐิ
ตั้งตนเป็นปราชญ์ มีความรู้มาก
ต้องทำแผ่นเหล็กรัดท้อง เพราะกลัววิชาจะทำลายท้องแตก
วันหนึ่งพบพระอัสชิ จึงถามปัญหาแก่ท่าน
ต่อมาได้ชวนพญาลิจฉวีทั้ง ๕๐๐ ไปป่ามหาวัน ถามปัญหาแก่พระพุทธเจ้า
ขณะนั้นพระอินทร์นิมิตเป็นยักษ์ถือฆ้อน ลอยอยู่บนอากาศ
เหนือศีรษะของสัจกนิครนถ์
สัจกนิครนถ์นั้นได้ฟังพระธรรมเทศนา จากพระพุทธเจ้า
ก็ละมิจฉาทิฐิ แล้วตั้งตนอยู่ในพระไตรสรณคมณ์
|
|
|
|
|
|
- นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง
ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต
อิทธูปะเทสะวิธีนา ชิตะวา มุนินโท
- ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิฯ
|
บทที่ ๗ ( ปราบพญานาคจอมพาล ด้วยฤทธิ์สู้ฤทธิ์ )
ครั้งหนึ่งพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์เหาะไปสู่เทวโลก
พญานันโทปนันทนาคเห็นเข้า
ก็โกรธว่าพระสมณะเหาะข้ามศีรษะ
จึงบันดาลขดกายใหญ่พันเขาพระสุเมรุ แผ่พังพานยังดาวดึงส์
พระพุทธองค์ส่งพระโมคคัลานะไปปราบ
ต่างสำแดงฤทธิ์เดชต่างๆ
เป็นโกลาหล ภายหลังพญานาคแพ้ฤทธิ์
แล้วตั้งอยู่ในพระไตรสรณคมณ์
|
|
|
|
|
|
- ทุคคาหะทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง
พรัหมัง วิสุทธิชุติมิทะพะกาภิธานัง
ญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท
- ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
|
บทที่ ๘ ( ปราบพกาพรหม ด้วยญาณ )
พระพุทธเจ้าเสด็จขึ้นสู่พรหมโลก
ท้าวพกาพรหมเห็นพระพุทธองค์เสด็จมา
จึงเรียกร้องด้วยคำกระด้าง แล้วกำบังกาย
แต่ก็มิสามารถกำบังกายได้
หมู่พรหมทั้งหลายก็หัวเราะเยาะเย้ย
ท้าวผกาพรหมได้รับความอับอายยิ่งนัก
แล้วพระพุทธเจ้าจึงเทศนาธรรม
ทรมานท้าวพกาพรหมและพรหม ๑,๐๐๐ ให้สำเร็จมรรคผล
|
|
|
|
|
|
|
- เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถา
โย วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที
หิตวานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ
โมกขัง สุขัง อะธิคะมยยะ นะโร สะปัญโญฯ
|
บุคคลใดมีปัญญา
ไม่เกียจคร้าน
สวดและระลึกถึงพระพุทธชัยมงคล
๘
คาถาเหล่านี้ทุกๆ
วัน
บุคคลนั้นจะพึงละความจัญไรอันตรายทั้งหลายทุกอย่างเสียได้
และเข้าถึงความหลุดพ้น
คือ
พระนิพพานอันบรมสุข
นั้นแลฯ
|