คำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

| กสิณ ๑๐ | อุปกรณ์กสิณ, ขนาดดวงกสิณ, กิจก่อนการเพ่งกสิณ |
| จิตเข้าสู่ระดับฌาน, ฌาน ๔, ฌาน ๕ | อานุภาพกสิณ ๑๐,วิธีอธิษฐานฤทธิ์


องค์ฌานในกสิณทั้ง ๑๐ กอง


ปฐมฌานมีองค์ ๕ คือ 

  • วิตก มีอารมณ์จับอยู่ที่ปฏิภาคนิมิต กำหนดจิตจับภาพปฏิภาคนิมิตนั้นเป็นอารมณ์ 
  • วิจาร พิจารณาปฏิภาคนิมิตนั้น คือพิจารณาว่า รูปปฏิภาคนิมิตสวยสดงดงาม คล้ายแว่นแก้ว ที่มีคนชำระสิ่งเปรอะเปื้อนหมดไป เหลือไว้แต่ดวงเก่าที่บริสุทธิ์สะอาดปราศจารธุลีต่างๆ มีประเภท ๕ คือ
    ๑.ขุททกาปีติ มีอาการขนพองสยองเกล้าและน้ำตาไหล
    ๒.ขณิกาปีติ มีแสงสว่างเข้าตาคล้ายแสงฟ้าแลบ
    ๓.โอกกันติกาปีติ มีอาการร่างกายกระเพื่อมโยกโคลง คล้ายเรือที่ถูกคลื่นซัด บางท่านก็นั่งโยกไปโยกมา อย่างนี้เรียก โอกกันติกาปีติ
    ๔.อุพเพงคาปีติ มีกายลอยขึ้นเหนือพื้น บางรายก็ลอยไปได้ไกลหลาย ๆ กิโลก็มี
    ๕.ผรณาปีติ อาการเย็นซ่าซาบทั้งร่างกาย และมีอาการคล้ายกับร่างกายใหญ่สูงขึ้นกว่าปกติสุขมีอารมณ์เป็นสุขเยือกเย็น
  • ในขณะที่พิจารณาปฏิภาคนิมิต เอกัคคตา มีจิตเป็นอารมณ์เดียว คือมีอารมณ์จับอยู่ในปฏิภาคนิมิตเป็นปกติ ไม่สอดส่ายอารมณ์ออก นอกจากปฏิภาคนิมิต ทั้ง ๕ อย่างนี้เป็นปฐมฌาน มีอารมณ์เหมือนกับฌานในกรรมฐานอื่นๆ 
  • แปลกแต่กสิณ มีอารมณ์ ยึดนิมิตเป็นอารมณ์ ไม่ปล่อยอารมณ์ให้พลาดจากนิมิต จนจิตเข้าสู่จตุตถฌาน หรือปัญจมฌาน

ทุติยฌานมีองค์ ๓ คือ

  • ตอนนี้จะเว้นจากการภาวนาไปเอง 
  • การกำหนด การกำหนดพิจารณารูปกสิณจะยุติลง คงเหลือแต่ความสดชื่น ด้วยอำนาจปีติ  อารมณ์สงัดมาก
  • ภาพปฏิภาคนิมิตจะสดสวยงามวิจิตรตระการตามากกว่าเดิม มีอารมณ์จิตแนบสนิทเป็นสมาธิมากกว่า 

ตติยฌาน มีองค์ ๒ คือ

  • ตัดความสดชื่นทางกายออกเสียได้ เหลือแต่ความสุขแบบเครียดๆ คือ มีอารมณ์ดิ่งแห่งจิต คล้ายใครเอาเชือกมามัดไว้ มิให้เคลื่อนไหว ลมหายใจอ่อนระรวยน้อยเต็มที 
  • ภาพนิมิตดูงามสง่าราศีละเอียดละมุนละไม มีรัศมีผ่องใน เกินกว่าที่ประสบมา อารมณ์ของจิตไม่สนในกับอาการทางกายเลย

จตุตถฌาน

  • ทรงไว้เพียงเอกัคคตา กับอุเบกขา คือมีอารมณ์ดิ่ง ไม่มีอารมณ์รับความสุขและความทุกข์ใดๆ ไม่รู้สึกในเวทนาทั้งสิ้น
  • มีอุเบกขาวางเฉย ต่ออารมณ์ทั้งมวลมีจิตสว่างโพลงคล้ายใครเอาประทีปที่สว่างมาก หลายๆ ดวงตั้งไว้ในที่ใกล้
  • ไม่มีอารมณ์รับแม้แต่เสียง ลมหายใจสงัด รูปกสิณเห็นชัดคล้ายดาวประกายพรึก 
  • ฌานที่ ๔ เป็นฌานสำคัญชั้นยอด ควรกำหนดรู้แบบง่ายๆ ไว้ว่าเมื่อมีอารมณ์จิตถึงฌาน ๔ จะไม่ปรากฏว่ามีลมหายใจ ควรกำหนดไว้ง่ายๆ แบบนี้สะดวกดี

ท่านทำได้ถึงระดับนี้ ก็ชื่อว่าจบกิจในกสิณ ไม่ว่ากองใดก็ตาม จุดจบกสิณต้องถึงฌาน ๔ และนิมิตอะไรต่ออะไรตามอำนาจกสิณ ถ้าทำไม่ถึงกับนิมิตได้ตามอำนาจกสิณ ก็เป็นเสมือนท่านยังไม่ได้กสิณเลย

จากหนังสือหลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี