| ขุมที่ |
ชื่อ |
อายุนรก
|
เปรียบเทียบจำนวนวัน |
หมายเหตุ |
| 1 |
สัญชีพนรก |
500 ปี |
1 วันนรก = 9
ล้านปีมนุษย์ |
4,500
ล้านปีมนุษย์ |
| 2 |
กาฬปุตตะนรก |
1,000 ปี |
1 วันนรก = 36
ล้านปีมนุษย์ |
36,000
ล้านปีมนุษย์ |
| 3 |
สังฆาฏนรก |
2,000 ปี |
1 วันนรก = 145
ล้านปีมนุษย์ |
290,000
ล้านปีมนุษย์ |
| 4 |
โรรุวนรก |
4,000 ปี |
1 วันนรก = 234
ล้านปีมนุษย์ |
936,000
ล้านปีมนุษย์ |
| 5 |
มหาโรรุวนรก |
8,000 ปี |
1 วันนรก = 9,216
ล้านปีมนุษย์ |
73,728,000
ล้านปีมนุษย์ |
| 6 |
ตาปะมหานรก |
16,000 ปี |
1 วันนรก = 184,212
ล้านปีมนุษย์ |
2,947,392,000
ล้านปีมนุษย์ |
| 7 |
มหาตาปะนรก |
1/2 กัป |
ไม่มีการแจ้งไว้ |
นับไม่ได้ |
| 8 |
อเวจีมหานรก |
1 กัป |
ไม่มีการแจ้งไว้ |
นับไม่ได้ |
| พิเศษ |
โลกันตนรก |
ไม่มีอายุ |
เป็นการทำบาปที่พิเศษที่สุด
ไม่มีระบุในตำรา
เสร็จจากนี้ต้องไปต่อที่ขุมอเวจีมหานรกต่อไป |
| ความหมายของ
1 ปีนรก |
|
1 ปีมี 12 เดือน เดือนละ 30 วัน
ซึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกับปีมนุษย์ |
| ความหมายของ
1 กัป |
|
สมมติให้มีกล่องที่
กว้าง 1 โยชน์ ยาว 1 โยชน์ สูง 1
โยชน์
บรรจุเมล็ดผักกาดจนเต็ม
เวลาผ่านไป 100 ปี หยิบออก 1
เมล็ด
จนกระทั่งหมดไม่มีเหลือ
นับเป็น 1 กัป |
นรกขุมใหญ่
ต้องโทษเพราะไม่เคารพ และผิดในกรรมบถ 10
|
เมื่อเราเสียชีวิต
หากพลาดพลั้งต้องตกนรก กรรมของเราจะถูกพิจารณา คือ
|
- กรรมหนักที่สุดของเรามีอยู่เท่าไร
เทียบได้กับขุมใหญ่ขุมไหน
ก็ไปยังขุมใหญ่นั้นๆ
- เมื่อเสร็จสิ้นจากขุมใหญ่แต่ละขุม
ต้องไปลงนรกบริวารอีก 4
ขุมก่อน
- แล้วค่อยมาว่ากันอีกครั้งว่ามีกรรมเหลือเท่าไร จากนั้นจึงมาเปรียบเทียบใหม่
ว่ากรรมที่หนักที่สุดนั้นมีอยู่เท่าไรเทียบได้กับขุมใหญ่ขุมไหน
ก็ไปยังขุมใหญ่นั้นๆ ต่อไป .......
วนเวียนไปเรื่อยๆ
จนกระทั่งหมดกรรม
|
นรกขุมใหญ่ ขุมที่
1 สัญชีพนรก |
- ลักษณะพื้นเป็นเหล็กหนา เผาไฟจนแดงโชน
ขอบด้านข้าง 4 ขอบก็เช่นกัน
มองออกไปไม่แลเห็นขอบบ่อ
- มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาล
แต่จะหาที่ว่างเว้นจากไฟไม่ได้เลย
- ระหว่างไฟจะมีสรรพาวุธต่างๆ
เช่น หอก ดาบ ฯลฯ สารพัดจะมี
ถูกไฟเผาแดงจนมีความคมจัด
- สัตว์นรกที่อยู่ในนั้นจะวิ่งพล่าน
เพราะเท้าเหยียบไฟ
ร่างกายก็จะถูกเผาไฟติดไฟตลอดเวลา
เวลาวิ่งไปก็จะไปกระทบกับหอก
ดาบ ฆ้อน หรืออาวุธต่างๆ มาฟัน แทง สับ ร้องครวญครางดิ้นเร่าๆ
แต่พอร่างกายขาดแล้ว ก็จะมาต่อติดกันใหม่โดยทันที มาทรมานต่อไป ไม่มีวันตาย
- สรุปว่ามีไฟเผากายตลอดเวลา มีสรรพาวุธประหัตประหารตลอดเวลา
|
นรกขุมใหญ่ ขุมที่
2 กาฬปุตตะนรก |
- มีกำแพงทั้ง 4 ด้านเป็นเหล็ก
พื้นเป็นเหล็ก ถูกเผาไฟจนแดงโชน
- นายนิริยบาลจะจับเอาสัตว์นรกนอนลงไป นำเส้นบรรทัดมาตีเป็นเส้นที่ตัว
จากหัวถึงท้ายบ้าง ตีตามขวางบ้าง
ไม้บรรทัดนั้นทำจากสายเหล็กที่เผาไฟจนแดงโชน
- เมื่อตีเส้นเป็นแนวแล้ว ก็จะนำเลื่อยบ้าง ขวานบ้าง มีดอีโต้บ้าง
มาสับลงตามรอยที่ตีไว้แล้วนั้น
|
นรกขุมใหญ่ ขุมที่
3 สังฆาฏนรก |
- มีกำแพงทั้ง 4 ด้านเป็นเหล็ก
พื้นเป็นเหล็ก
ถูกเผาไฟจนแดงโชน
- มีภูเขาเหล็ก 2 ลูก
กลิ้งไปกลิ้งมาคอยบดทับสัตว์เหล่านั้น
ภูเขาเองก็เป็นเหล็กที่ถูกเผาจนแดงโชนเช่นกัน
- เมื่อถูกบดจนละเอียดแล้วก็จะฟื้นขึ้นมาใหม่
ไม่ตาย
รับการทรมานต่อไป
- คนที่วิ่งหนีก็จะถูกนายนิริยบาลตีบ้าง
แทงบ้าง ฟันบ้าง ตลอดเวลา
|
นรกขุมใหญ่ ขุมที่
4 โรรุวนรก |
- มีกำแพงเหล็ก 4
ด้าน
ไฟลุกโชน จนหาเปลวไม่ได้
ยิ่งลึกมาก
ก็ยิ่งร้อนมากขึ้นไปเรื่อยๆ
- ตรงกลางขุมจะมีดอกบัวเหล็ก
กลีบเหล็กถูกเผาไฟจนแดงโชน
กระแสแห่งไฟพุ่งออกจากกลีบตลอดเวลา
- ไม่มีนายนิริยบาล
- สัตว์นรกจะถูกกรรมทำให้ต้องเอาหัวมุดลงไปในดอกบัว
มือและขาก็จะจุ่มลงไปเช่นกัน
- กลีบบัวจะงับเข้ามาหนีบขาไว้ถึงข้อเท้า หนีบมือไว้ถึงข้อมือ
ส่วนหัวจะหนีบไปถึงคาง เพื่อให้ไฟนั้นเผาอยู่ตลอดเวลา
|
นรกขุมใหญ่ ขุมที่
5 มหาโรรุวนรก |
- มีดอกบัวขนาดใหญ่
ไฟร้อนจัด
กลีบบัวมีความคมเป็นกรด
วางตั้งอยู่ทั่วไป
- ระหว่างช่องที่ว่างอยู่จะมีแหลนหลาว
ปักเอาไว้
โดยเอาปลายแหลมชี้ขึ้น
เผาไฟจนแดงโชน
- แต่ดอกบัวนี้จะไม่งับแน่นนัก
สัตว์นรกที่อยู่ในดอกบัวทั้งหลายจะร้อน
และดิ้นไปโดนกลีบบัว
เมื่อกระทบกลีบบัวก็จะขาดตกลงมา
ถูกแหลนหลาวข้างล่างแทงรับไว้
แต่เนื่องจากแหลนหลาวนั้นเป็นไฟลุกแดง
จึงทำให้เนื้อตัวของสัตว์นรกนั้นลุกร้อนเป็นไฟ
ตกลงมาที่พื้น
- เมื่อตกถึงพื้น ก็จะมีหมาที่คอยกัดกินจนเหลือแต่กระดูก
จนหมดเกลี้ยง
แล้วก็จะก่อตัวขึ้นมาเป็นกายใหม่
- จากนั้นนายนิริยบาลก็จะบังคับไล่แทงให้ไปอยู่บนดอกบัวต่อไปอีก
|
นรกขุมใหญ่ ขุมที่
6 ตาปะมหานรก |
- แสงเพลิงสว่างไสวมาก
เป็นแสงไฟละเอียด
มีความร้อนจัด
- สัตว์ร้องระงมเซ็งแซ่ไปหมด
มีกำแพงล้อมรอบ 4 ด้าน
และพื้นเป็นเหล็กร้อน
แดงฉาน
- มีแหลนหลาวไฟลุกแดงโชน
พุ่งมาเสียบเอาสัตว์นรกแล้วเอาขึ้นตั้งไว้
- พอไฟไหม้เนื้อหนังหล่นลงมา
สัตว์นรกก็จะหล่นลงมาด้วย
ก็จะถูกสุนัขขนาดใหญ่เท่าช้าง
เที่ยวไล่กัดกิน
แทะจนหมดเหลือแต่กระดูกแล้วก็ไปเริ่มต้นใหม่
- สัตว์นรกตัวใดไม่ยอมไป
ก็จะถูกนายนิริยบาลเอาแหลนไปเสียบแล้วมาขึ้นตั้งไว้อย่างเดิม
|
นรกขุมใหญ่
ขุมที่ 7 มหาตาปะนรก |
- มีกำแพงทุกด้าน
มีไฟที่ความร้อนสูง
คล้ายแสงสว่าง
พุ่งเข้ามาจากรอบทิศ
มารวมกันตรงกลาง
- มีภูเขาที่ตั้งอยู่ตรงกลางขุมนรก
ก็จะมีไฟพุ่งเข้าพุ่งออกเป็นเหล็กที่เผาแดง
- นายนิริยบาลจะบังคับให้สัตว์นรกป่ายปีนขึ้นไปบนยอดเขา
วิ่งขึ้นไป
พอไปใกล้ถึงยอดก็จะทนไม่ไหว
ร่วงหล่นลงมา
ก็จะถูกแหลนหลาวที่ปักเอาไว้โดยรอบแทงเข้า
- เมื่อหล่นจากแหลนหลาวนั้นร่างก็จะเต็ม
แล้วถูกไฟเผาตามเดิม
นายนิริยบาลก็จะมาไล่ให้ขึ้นไปยอดเขาต่อไป
|
นรกขุมใหญ่ ขุมที่
8 อเวจีมหานรก |
- พิเศษกว่าทุกขุม คือ ไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้
- กระดูกแดงฉาน เนื่องจากถูกไฟเผาจนสุก ถูกให้ยืนกางแขนกางขา
- มีกำแพงปิดเฉพาะตัว 6 ทิศ
- มีหอกแทงทะลุตรึงไว้ทั้งหมด จากบนลงล่าง ซ้ายทะลุขวา หน้าทะลุหลัง
หลายสิบเล่ม จนไม่สามารถจะขยับได้เลยแม้แต่น้อย
- จำนวนสัตว์นรกที่อยู่ในขุมนี้ มีมากกว่าทั้ง 7 ขุม
ที่กล่าวมาแล้วรวมกันทั้งหมดเสียอีก
|
|
นรกขุมใหญ่
พิเศษสุด "โลกันตนรก"
|
- ไม่มีอายุ
- หลังจากใช้กรรมจนหมดแล้ว
จะต้องไปต่อที่อเวจีมหานรกต่อไปทันที
-
ลักษณะเป็นภูเขาที่ใหญ่โตประมาณมิได้ ภายในภูเขานั้น เป็นถ้ำขนาดใหญ่มาก
มีความเย็นจัดจนบอกไม่ถูก เป็นการทรมานสัตว์นรกด้วยความเย็น
- ภายในถ้ำมีน้ำเป็นน้ำกรด
แรงจัด และเย็นเฉียบ มีแต่ความมืดมิด ไม่มีแสงสว่าง
-
สัตว์นรกทั้งหลายจะไต่ตามผนังข้างๆ ถ้ำ หินที่ผนังจะคมเป็นกรด
สัตว์ทั้งหลายจะมองไม่เห็นกัน ต่างก็คิดว่าอยู่คนเดียว
พอไต่มาพบกันก็จะนึกว่าเป็นอาหาร ก็กัดกินกันจนตกลงไปในน้ำ
-
น้ำกรดก็จะกัดกร่อนทำลายเนื้อหนังจนหมดสิ้น เหลือแต่กระดูก
ก็จะประกอบขึ้นมาเป็นร่าง ไต่ขึ้นมาตามผนังถ้ำใหม่อีกครั้ง ต่อไปเรื่อยๆ
จนหมดกรรม
|

|