| จำเป็นต้องตัดต้นไม้ |
||||
|
ผู้ถาม : หลวงพ่อขา ลูกซื้อที่ดิน ตั้งใจจะปลูกบ้านใหม่ แต่บังเอิญ มีต้นก้ามปูใหญ่ต้นหนึ่ง จำเป็นต้องตัดต้นไม้นี้ทิ้ง วิธีที่จะ ตัดนี้เกรงว่าไปกระทบกระเทือนเทวดาจึงมาเรียนถามหลวงพ่อว่า เรามีวิธีจะพูด..จะบน..จะบ่นอย่างไร เพื่อให้เทวดาท่าน อโหสิไม่มีโทษ .. ไม่มีเวรมีภัยต่อกัน ? หลวงพ่อ : เอาอย่างงี้ซิ บอกท่านดีๆ นะ "เทวดาเจ้าคะ .. เทวดาเจ้าขา กรุณาฉันเถิด.. ตามมีตามเกิด ปลูกศาลให้ ๑ หลัง เจ้าค่ะ" ศาลพระภูมิเล็กๆ นะว่าได้ไหม ... (หัวเราะ) จำเป็นต้องปลูกบ้านตรงนี้ ต้นไม้มันขวางที่ใช่ไหม .. ในเมื่อเราโค่นลง ไป วิมานท่านก็สลายตัว ถ้าเราปักเสา เอาศาลพระภูมิเทวดา ศาลเล็กๆ ก็แล้วกัน วิมานแค่แปะไม่ได้ ใช้ได้ เป็นการแทน กัน ผู้ถาม : แล้วในกรณีที่เป็นชาวสวนชาวไร่ล่ะครับ จำเป็นต้องใช้รถแทรคเตอร์ปรับพื้นที่ ในที่บางแห่ง อาจมีต้นไม้ใหญ่น้อย ล้มลงมากมาย อย่างนี้ควรตั้งศาลอย่างไรดีครับ? หลวงพ่อ : เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ตั้งศาล ๔ เสาเสียเลย .. หมดเรื่องกันไป |
||||
|
หน้าที่ของพระภูมิ |
||||
|
ผู้ถาม : ผมเห็นศาลพระภูมิ .. บางบ้านตั้ง
๒ ที่.. หลวงพ่อ : ดี .. พระภูมิจะได้สบายๆ หลังนี้ร้อนไปอยู่หลังโน้น หลังโน้นหนาว ไปอยู่หลังนี้ จะเป็นไรไป เป็นเครื่องการแสดง การยอมรับนับถือ ไม่ใช่ของแปลก ไม่ใช่ว่าเกณฑ์พระภูมิมาอยู่ที่ศาล เราคิดว่าพระภูมิมาอยู่ที่ศาลนี่ไม่เป็นไรนะแต่จริงๆ ท่านมีวิมานของท่าน ท่านเป็นเทวดาองค์หนึ่ง คุมพื้นที่เป็นกิโลนะ ไม่ใช่บ้านละองค์นะ เรื่องพระภูมิเจ้าที่นี่มีเรื่องเยอะที่เคยพบมา เมื่อปี ๒๕๐๐ ฉันไปป่วยที่กรมแพทย์ทหารเรือ แล้วตอนนั้น ก็ปรากฏว่า คืนวัน หนึ่งตี ๒ ฉันตื่นขึ้นเห็นคนๆหนึ่ง ขึ้นที่หน้าตึก ตึกคนไข้นะ ตึกเขาก็ใหญ่แต่มันก็มีฝา แต่เขาให้เห็น ไม่ใช่นั่งกรรมฐานนะ นั่งธรรมดา ตื่นขึ้นก็ลุกขึ้นหยิบนั่นหยิบนี่ หยิบน้ำขึ้นมากินบ้างอะไรบ้าง เห็นคนขึ้นที่หน้าตึก ก็สังเกตุดูคนๆ นี้จะไปไหนกัน เขาเดินไปตามเตียงคนไข้ ไปถึงแต่ละเตียงแกหยุดนิดหนึ่งหยุดมอง แล้วเดินผ่านไปๆแล้วทีนี้มาที่ห้องฉันอยู่มันเป็นเตียงที่ ๓ มันเป็นเตียงกั้นกลางนะ พอถึงเตียงนั้น แกยืนนาน ยืนมองอยู่นาน เดี๋ยวก็เลิกจากเตียงนั้นมาเตียงต่อมา แล้วผ่านมาถึงฉัน ฉันยังไม่นอน ยังนั่งอยู่ แล้วก็ถามว่า เดี๋ยวก่อนซิจะไปไหน .. มาจากไหน .. คุยกันก่อน แกเลยบอกผมตั้งใจจะมาคุยกับท่าน .. ได้เรื่องเลย! ถาม ว่าคุณเป็นใคร .. แต่งตัวเป็นคนธรรมดา ไม่มีเสื้อ นุ่งกางเกงขาสั้น เก่าด้วยซิ คงจนใช่ไหม .. น่ากลัว เมื่อเวลาจะตาย แก แต่งตัวแบบนั้น โดยมากเขาจะมาในลักษณะตาย ในลักษณะจริงเขาสวย .. พระภูมินะ ก็ยืนคุยกัน ท่านก็บอกว่า ผมเป็นภูมิเทวดา ถามว่ารักษาเขตไหนบ้าง.. ในกรุงเทพฯ นี่นะแกบอกระยะทางเป็นกิโลเลยถามว่า คุณคน เดียวจะรู้ได้อย่างไร .. มีหน้าที่อะไร .. แกบอกว่าผมรับรู้การทำความดี และทำความชั่วของคน ใครทำความดี ผมก็บันทึก แล้วก็คนเป็นแสน ในเขตของคุณนะ คุณจะรู้ได้อย่างไร .. คนต่างคน ต่างอยู่ ต่างกรรมต่างวาระ ทำไม่เสมอกัน บางทีก็ทำ เวลาเดียวกัน คุณจะรู้ได้อย่างไร ? แกบอกว่า อย่าลืมว่าจิตใจของผมเป็นทิพย์นะครับ แน่ะ .. คุยเสียด้วย แล้วก็ถามว่าวิธีจดคุณทำอย่างไร .. แกมามีมือเปล่า แกชูมือมาเป็นกระดาษแผ่น ขึ้นติ๊กๆขึ้นเป็นชื่อคนว่า ว่าทำอะไรๆ แกบอกว่าขึ้นอย่างนี้ครับ ของเขาไม่ต้องใช้เครื่อง แล้ว เวลาเดินมาก็ไม่ต้องถือกระดาษ ต้องการกระดาษมาเลย แล้วถามว่าจริงๆแล้วมีกระดาษจดแบบนี้หรือ.. แกบอกเปล่าท่าน ถามผมก็ทำให้ดู นี่เล่นกระพระภูมิ พระภูมิไม่ก้อยนะ ไม่งั้นเป็นเทวดาไม่ได้ เทวดาต้องฉลาดถ้าโง่เป็นเทวดาไม่ได้ ความจริงเขารู้กฎของกรรม กฎของกรรมไม่ต้องไปนั่งจด ถ้าเขาทำอะไรจะมีความสุขหรือมีความทุกข์หรือทำกรรมดีหรือ ไม่ดี มันปรากฏแก่ใจเขาเอง เขาเล่าตอนนี้ต่อนะ เลยถามว่าเมื่อกี้คุณไปยืนที่ตรงนั้นทำไม .. แกบอกตี ๓ นี่ เจ้าคนนี้จะมี อาการเป็นแบบนี้ แล้วถ้าอาการเป็นแบบนี้เกิดขึ้นนะ ต้องเอายาในตู้ของหมอนะ ให้หมอใช้ยานี้ฉีด แล้วแกคุยประเดี๋ยวแก ก็ไป พอไปแล้วตี ๓ คนนั้นก็ดิ้นตึงตังโครมครามเป็นอาการแบบนั้น พอดีขณะที่คุยอยู่นี่ หมอพยาบาลเขาฟังอยู่ อยู่ใกล้ๆ เขาได้ยิน เขาเลยวิ่งไป เอายาหลอดนั้นฉีด มาบรรเทา ก็คิดว่าตาย เหมือนกัน ปรากฏว่าพอรุ่งขึ้น ๔ โมงเช้าเดินที่สนามหญ้าหน้าตึกสบายขึ้น นี่อำนาจภูมิเทวดานะ ภูมิเทวดาที่เป็นหมอก็มี นะ
|
||||
|
โทษพระภูมิ |
||||
|
ผู้ถาม : ที่บ้านของลูกเมื่อประมาณ
๑๐ ปีที่ผ่านมา พี่ชายกับพี่สะใภ้
๒ คนไปจ้างคนทรง มาเชิญศาลพระภูมิที่บ้าน ต่อมาพี่ ชายแต่งงาน พี่ชายกับพี่สะใภ้ก็ย้ายออกไป ตั้งแต่เขาออกไปแล้ว ที่บ้านของลูกเดือดร้อนต่างๆนานา คนนี้ตาย .. คนโน้น-เจ็บ ให้คนทรงเขานั่งดู เขาบอกว่า เป็นเพราะพี่ชายเอ็ง ไม่ได้บอกเอาพระภูมิไปด้วย พระภูมิเลยโกรธ เลยทำให้เหตุร้าย เกิดขึ้นในบ้าน ลูกอยากจะเรียนถามหลวงพ่อว่า ถ้าหากลูกไปหาพี่ชาย บอกให้เอาพระภูมิติดไปด้วย แกไม่ยอมเอาไปแล้ว
จะทำอย่างไรดีคะ ? หลวงพ่อ : นี่แสดงว่าพระภูมิว้าเว่ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ภูมิเทวดาย้ายท่านไม่ได้ท่านมีสิทธิ์รักษาอาณาเขตแค่ไหน..เขตไหน .. ท่านทรงอยู่ ใครย้ายไม่ได้ นอกจากท้าวมหาราชจะสั่งย้าย ท่านจึงจะย้ายได้ พวกเราย้ายไม่ได้ ทีนี้เรื่องที่เกิดขึ้น เป็นกฎ ของกรรมตัวเองมากกว่า พระภูมิทำไม่ได้หรอก
|
||||
|
อยากให้เจ้าที่เฮี้ยนๆ |
||||
|
ผู้ถาม : หลวงพ่อครับ กระผมอยากจะให้เจ้าที่เจ้าทางได้บุญแรงๆ
( หัวเราะ ) และจะทำบุญกุศลกับหลวงพ่อประเภทไหน
อย่างไรจึงจะเฮี้ยนๆ ครับ ? หลวงพ่อ : ไอ้ทำให้เฮี้ยนน่ะ เราไม่ทำกันหรอกนะ มันสุดแล้วแต่เทวดาองค์นั้นจะเป็นใคร ภูมิเทวดามีกำลังไม่เสมอกัน ถ้า เราสามารถเห็นได้นะ ถ้าเห็นได้องค์ไหนดูมือขวา ถ้ามีสีแดงจัด เข้มจัด องค์นั้นมีอานุภาพมาก มีแดงเข้มน้อย มีอานุภาพ น้อย แต่ถึงอย่างไรก็ดี ก็ยังเฮี้ยนไม่หนัก ถ้าจะเฮี้ยนสถานที่นั้น ต้องเป็นมุมหนึ่งของท้าวมหาราช ถ้าลูกศิษย์ท้าวมหาราช มาคุม พระภูมิอยู่ที่ตรงนั้น ตรงนั้นเฮี้ยนแน่ ที่เราเกณฑ์กันไม่ได้นะ เอายังงี้ดีกว่าทำบุญตามปกติเท่าที่มันมีดีกว่า .. ใจสบาย ดิ้น รนกันไปเดี๋ยวเทวดามาทวงหนี้ |
||||
|
เครื่องบวงสรวงสำหรับตั้งศาลพระภูมิ และศาลอากาศเทวดา |
||||
|
๑. โต๊ะปู้ผ้าขาวแล้วตั้งไว้กลางแจ้ง
๑ ตัว ๒. พานครูมีดอกไม้ ธูป เทียน หมากพลู เงิน ๑๐๐ บาท ( เงิน ๑๐๐ บาทต้องนำไปถวายเป็นสังฆทาน ) ๓. บายศรีปากชาม ๑ คู่ มีไข่ต้มเสียบยอดบายศรีด้วย ๔. มะพร้าวอ่อน ๔ ลูก เปิดฝา ๕. กล้วยน้ำว้าสุก ๔ หวี ๖. ไก้ต้มสุก ๑ ตัว วางไก่ไปทางทิศเหนือ ๗. หัวหมู ๑ หัวพร้อมน้ำจิ้มด้วย ๘. ปลาช่อนนึ่ง (แปะซะ) ๑ ตัว และน้ำจิ้ม ๙. ขนมต้มแดง ขนมต้มขาว อย่างละ ๑ ถ้วย ( ใช้ขนมถ้วยฟูแทนได้ ) ๑๐. ข้าวสวย ๑ จาน พร้อมช้อนส้อม ๑ คู่ ๑๑. แกงสามถ้วย ของหวานสามถ้วย ๑๒. น้ำเปล่า ๑ แก้ว มีน้ำชาด้วยยิ่งดี
|
||||
|
วิธีแก้บนที่ตนจำไม่ได้ |
||||
|
๑. โต๊ะปู้ผ้าขาวแล้วตั้งไว้กลางแจ้ง
๑ ตัว ๒. พานครูมีดอกไม้ ธูป เทียน หมากพลู เงิน ๑๐๐ บาท ( เงิน ๑๐๐ บาทต้องนำไปถวายเป็นสังฆทาน ) ๓. บายศรีปากชาม ๑ คู่ มีไข่ต้มเสียบยอดบายศรีด้วย ๔. มะพร้าวอ่อน ๔ ลูก เปิดฝา ๕. กล้วยน้ำว้าสุก ๔ หวี ๖. ไก้ต้มสุก ๑ ตัว วางไก่ไปทางทิศเหนือ ๗. หัวหมู ๑ หัวพร้อมน้ำจิ้มด้วย ๘. ปลาช่อนนึ่ง (แปะซะ) ๑ ตัว และน้ำจิ้ม ๙. ขนมต้มแดง ขนมต้มขาว อย่างละ ๑ ถ้วย ( ใช้ขนมถ้วยฟูแทนได้ ) ๑๐. ข้าวสวย ๑ จาน พร้อมช้อนส้อม ๑ คู่ ๑๑. แกงสามถ้วย ของหวานสามถ้วย ๑๒. น้ำเปล่า ๑ แก้ว มีน้ำชาด้วยยิ่งดี วิธีทำ จุดเทียนขวา ซ้าย และธูป ๑๖ ดอก ปักในกระถางธูป ส่วนจานอื่นๆ ให้ปักที่ละดอก วิธีพูด สิ่งของใดๆ ที่ได้บน ที่จำได้ก็ดี และจำไม่ได้ก็ดี ขอถวายแก้บนทั้งหมด ณ บัดนี้ โปรดรับ โปรดโมทนา โปรดอโหสิกรรม และโปรดสงเคราะห์ข้าพเจ้า จนตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน ในชาตินี้เทอญ วิธีลา ขออนุญาต ลาของบูชาทั้งหลายเหล่านี้ เพื่อเป็นสิริมงคลเจ้าข้า ให้ตัดแบ่งเป็น ๒ กระทง คือ ก. วางข้างล่างใกล้ๆ โต๊ะบวงสรวง ๑ กระทง แล้วพูดว่า ขอเชิญบริวารทั้งหลายรับประทานได้แล้วเจ้าข้า และเมตตาช่วยด้วยนะจ๊ะ ข. วางไว้นอกรั้วบ้านหรือนอกบ้าน ๑ กระทง แล้วพูดว่า ขอเชิญสรรพวิญญาณทั้งหลาย รับประทานได้แล้ว ณ บัดนี้ และเมตตาช่วยสงเคราะห์ด้วยนะจ๊ะ
|
||||
|
วิธีขอขมาโทษต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ |
||||
|
๑. โต๊ะปูผ้าขาวแล้วตั้งไว้ตรงหน้าสถานที่ๆ เราล่วงเกิน ๒. พานครูมีดอกไม้ ธูปเ ทียน หมากพลู และเงินบูชาครู ๑๐๐ บาท เพื่อถวายเป็นสังฆทาน ๓. บายศรีปากชาม ๑ คู่ ข้าวใส่กรวย และไข่ต้มเสียบยอดบายศรี ๔. มะพร้าวอ่อน ๔ ลูกเปิดฝาด้วย ๕. กล้วยน้ำว้าสุก ๔ หวี ๖. ไก่ต้มสุก ๑ ตัว วางไก่ไปทางทิศเหนือ พร้อมน้ำจิ้ม ๗. หัวหมู ๑ หัว พร้อมน้ำจิ้ม ๘. ปลาช่อนนึ่ง ( แปะซะ ) ๑ ตัว ( ปลาที่ตายแล้วนะ ) ๙. ขนมต้มแดง ขนมต้มขาว อย่างละ ๑ ตัว ( ถ้าไม่มีใช้ขนมถ้วยฟูแทน ) ๑๐. ข้าวสวย ๑ จาน พร้อมช้อนส้อม ๑ คู่ ๑๑. แกงสามถ้วย ของหวานสามถ้วย ( จะใส่จานก็ได้ ) ๑๒. น้ำเปล่า ๑ แก้ว มีน้ำชาด้วยก็จะยิ่งดี วิธีทำ จุดเทียนขวา ซ้าย และจุดธูป ๑๖ ดอก ปักในกระถางธูป ส่วนจานอื่นๆ ให้ปักที่ละดอก ( ธูปต้องหอมๆ นะ ) วิธีพูด ท่านทั้งหลายผู้ประเสริฐ ที่ผ่านมาลูกขอยอมรับผิดทั้งหมด โอกาสหน้าจะทำให้ถูกต้องตามวิธีการของหลวงพ่อฤๅษี ลิงดำ วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี บัดนี้ลูกขอถวายของบวงสรวงและกราบขมาลาโทษต่อท่านทั้งหลาย โปรดรับโปรดโมทนาโปรด อโหสิกรรม ให้กับข้าพเจ้าทั้งหลาย ณ บัดนี้เถิดและได้โปรดเมตตาสงเคราะห์ ให้ข้าพเจ้าทั้งหลาย มีความคล่องตัวทุกประการ แล้วเข้าถึงพระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้เทอญ
|
||||
|
เรื่องอื่นๆ ... |
|