พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต)

 

พระพุทธลักษณะ และที่ประดิษฐาน 

          วันเสาร์ เดือน ๕ ปีขาล จัตวาศก จุลศักราช ๑๑๔๔ ตรงกับวันที่ ๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๓๒๕  พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงรับอัญเชิญจากเสนามาตย์ทั้งหลายเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ ได้ทรงสร้างกรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี และสร้างวัดพระศรีรัตนศาสดารามขึ้นในพระบรมมหาราชวัง  สืบตามพระราชประเพณีการสร้างพระอารามในพระราชฐานสมัยกรุงศรีอยุธยา สำหรับเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต ซึ่งทรงมีพระราชศรัทธาเคารพเลื่อมใสเป็นที่ยิ่ง  ทั้งยังได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามพระนครใหม่ให้ต้องกับการซึ่งมีพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรพระองค์นี้ เป็นศิริสำหรับพระนครว่า "กรุงรัตนโกสินทร์อินท์อโยธยา" อันมีความหมายว่า "เป็นที่เก็บรักษาไว้ขององค์พระพุทธมหามณีรัตนปฎิมากร" อีกด้วย 

          วันจันทร์ แรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๔ ตรงกับวันที่ ๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๓๒๗ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร จากโรงในพระราชวังธนบุรีลงทรงเรือพระที่นั่งกิ่ง มีเรือแห่เป็นกระบวนข้ามฟากมาเข้าพระราชวัง อัญเชิญเข้ามาประดิษฐานในพระอุโบสถพระอารามใหม่ แล้วนิมนต์พระสงฆ์ราชาคณะประชุมทำสังฆกรรม สวดผูกพัทธสีมาในวันนั้น แล้วพระราชทานนามพระอารามว่า "วัดพระศรีรัตนศาสดาราม"

          พุทธลักษณะ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ ขัดสมาธิราบ มีเส้นจีวรคาดเข่าทั้งสองข้าง พระองค์อวบอ้วน พระพักตร์กลมอูม พระขนงโก่ง หลังพระเนตรอูม พระนาสิกโด่ง พระโอษฐ์บางสลักขอบทั้งสองเส้น พระหนุเป็นปม พระรัศมีซึ่งอยู่เหนือพระเกตุมาลาเป็นต่อม ชายสังฆาฏิยาว ฐานรองรับเป็นฐานเขียง มีหน้ากระดานโค้งออกข้างนอก ทำด้วยมณีสีเขียวเนื้อเดียวกันทั้งองค์ ขนาดหน้าตักกว้าง ๔๘.๓ ซ.ม. สูงตั้งแต่ฐานเฉพาะทับเกษตร ถึงพระเมาลี ๒๖ ซ.ม. ตั้งแต่ฐานถึงยอดพระเศียร ๖๖ ซม. ประดิษฐานอยู่ในบุษบกทองคำ

           พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกทรงมีพระราชศรัทธาสร้างเครื่องทรงถวายเป็นพุทธบูชา สำหรับฤดูร้อนและฤดูฝน 

          เครื่องทรงสำหรับฤดูร้อน เป็นเครื่องต้นประกอบด้วยมงกุฎพาหุรัด ทองกร พระสังวาล เป็นทองลงยา ประดับมณีต่างๆ จอมมงกุฎประดับด้วยเพชร เครื่องทรงสำหรับฤดูฝน เป็นทองคำ เป็นกาบหุ้มองค์พระอย่างห่มดอง จำหลักลายที่เรียกว่าลายพุ่มข้าวบิณฑ์ พระเศียรใช้ทองคำเป็นกาบหุ้ม ตั้งแต่ไรพระศกถึงจอมเมาลี เม็ดพระศกลงยาสีน้ำเงินแก่ พระลักษมีทำเวียนทักษิณาวรรต ประดับมณีและลงยาให้เข้ากับเม็ดพระศก 

          พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสร้างเครื่องทรงฤดูหนาวถวายอีกชุดหนึ่ง ทำด้วยทองเป็นหลอดลงยาร้อยด้วยลวดทองเกลียว ทำให้ไหวได้ตลอดเหมือนกับผ้า ใช้คลุมทั้งสองพาหาขององค์

          พระบุษบกทองที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร สร้างด้วยไม้สลักหุ้มทองคำทั้งองค์ ฝังมณีมีค่าสีต่างๆ ทรวดทรงงดงามมาก เป็นฝีมือช่างรัชกาลที่ ๑  เดิมบุษบกนี้ตั้งอยู่บนฐานชุกชี พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระเบญจาสามชั้นหุ้มด้วยทองคำ สลักลายวิจิตรหนุนองค์บุษบกให้สูงขึ้น 

          บนฐานชุกชีด้านหน้า ประดิษฐานพระสัมพุทธพรรณี เป็นพระพุทธรูปที่คิดแบบขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ ๔ โดยไม่มีเมาลี มีรัศมีอยู่กลางพระเศียร จีวรที่ห่มคลุมองค์พระเป็นริ้ว พระกรรณเป็นแบบหูมนุษย์ธรรมดาโดยทั่วไป หน้าฐานชุกชีประดิษฐานพระพุทธปฏิมากรฉลองพระองค์รัชกาลที่ ๑ และรัชกาลที่ ๒ องค์ด้านเหนือพระนามว่า พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก องค์ด้านใต้พระนามว่า พระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระพุทธรูปทั้งสองพระองค์นี้ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์สูง ๓ เมตร ทรงเครื่องแบบจักรพรรดิหุ้มทองคำ เครื่องทรงเป็นทองคำลงยาสีประดับมณี 

| ตำนานพระแก้วมรกต | เครื่องทรงพระแก้วมรกต |
 

 
 

ปรับปรุงล่าสุดวันที่  06 มีนาคม 2547 20:50 น.

 

อ้างอิง :
  • หนังสือนำชมกรุงรัตนโกสินทร์ (เนื่องในงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี) โดย กองโบราณคดี กรมศิลปากร พ.ศ. ๒๕๒๕ 
  • หนังสือพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (เนื่องในงานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี) โดย คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์และบันทึกเหตุการณ์ การปฏิสังขรณ์วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระบรมมหาราชวัง ร่วมกับ ธนาคารทหารไทย พ.ศ. ๒๕๒๕
  • สำนักงานมูลนิธิถาวรจิตตถาวโรวงศ์มาลัย วัดปทุมวนาราม