|
พระพุทธไสยาสน์ |
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
เดิมชื่อว่าวัดโพธาราม
หรือที่ชาวบ้าน
เรียกกันสั้นๆ ว่า วัดโพธิ์ |
วัดโพธิ์เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก
ชนิดราชวรมหาวิหาร
ตั้งอยู่ตรงข้ามกับพระบรมมหาราชวัง เลขที่ ๒ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
วัดโพธารามเป็นวัดโบราณที่มีมา
ก่อนการสร้าง กรุงรัตนโกสินทร์ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้าง
แต่น่าจะสร้างขึ้น หลังจาก
ปีพุทธศักราช ๒๒๓๑ ในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
เนื่องจากว่าไม่ปรากฏใน
แผนที่ป้อมบางกอก
ซึ่งนายทหารช่างชาวฝรั่งเศส
เมซิเออร์ วอลสันต์ เดสเวอร์เกนส์ เขียนไว้
|
ในสมัยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี
วัดโพธิ์เป็นวัดที่อยู่ในกำแพง
พระนคร ฝั่งตะวันออก
จึงโปรดให้บูรณะ
ปฏิสังขรณ์และยกฐานะขึ้น
เป็นพระอารามหลวง และมีพระราชาคณะปกครองโดยตลอด
ตั้งแต่นั้นมา
ในสมัยรัตนโกสินทร์
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
ทรงย้ายพระนคร
มาตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกเพียงฝั่งเดียว
และโปรดให้สร้างพระบรมมหาราชวังขึ้น
ทรงเห็นว่ามีวัดอยู่ใกล้ชิดพระบรมมหาราชวัง
ถึง ๒ วัด คือวัดสลัก(วัดมหาธาตุ) อยู่ทางทิศเหนือ และวัดโพธารามอยู่ทางทิศใต้
จึงโปรดให้สถาปนาวัดโพธารามขึ้นเป็นวัดวังหลวง และโปรดให้สร้างใหม่ทั้งอาราม
เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ พ.ศ.๒๓๓๒ ใช้เวลาในการสร้างถึง ๗ ปี ๕ เดือน และ ๑๘ วัน
และได้พระราชทานนามวัดที่สร้างใหม่นี้ว่า
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาส
| นอกจากนี้ยังโปรดให้อัญเชิญพระพุทธรูปสมัยต่างๆ
จำนวนมากกว่า ๑,๐๐๐ องค์
จากวัดร้างในหัวเมืองทางภาคเหนือ
และ ภาคกลาง มาประดิษฐานไว้
ณ พระระเบียงรอบพระอุโบสถ
ทั้งชั้นนอกและชั้นใน
ในวิหารทิศทั้ง ๔
วิหารคดและระเบียงพระมหาเจดีย์
เป็นต้น
ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่
๓ โปรดให้บูรณะ
และปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง
เนื่องจากทรงมีพระราชประสงค์ที่จะทะนุบำรุงพระอารามนี้
ให้รุ่งเรืองสุดยอด
เสมอเหมือนในสมัยกรุงศรีอยุธยา
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาส
จึงรุ่งเรืองงดงามด้วยฝีมือช่างชั้นเอก
ในสมัยรัชกาลที่
๓ เช่น
ประตูพระอุโบสถประดับมุก
พระพุทธไสยาสน์พร้อมทั้งวิหาร
พระมหาเจดีย์ประจำรัชกาลที่
๒
และประจำรัชกาลของพระองค์เอง
และยังโปรดให้จารึกสรรพตำรา
วิทยาการทุกสาขาวิชาบนแผ่นศิลา
เพื่อประดับโดยรอบเขตพุทธาวาส
เปรียบเสมือนเป็น มหาวิทยาลัยแห่งแรกของประเทศไทย
ทรงใช้เวลาในการปฏิสังขรณ์นานถึง
๑๖ ปี
|
ยักษ์วัดโพธิ์
อับเฉาเรือ หินแกะสลักรูปตุ๊กตาจีน นำเข้ามาพร้อมกับเรือสำเภา ในสมัยรัชกาลที่ ๓
|
ในสมัยรัชกาลที่ ๔
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
โปรดให้ปฏิสังขรณ์
พระรัศมีพระพุทธไสยาสน์
ทรงสถาปนาพระมหาเจดีย์ประจำรัชกาล และทรงแก้สร้อยนามพระอารามใหม่ว่า
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
ในสมัยรัชกาลที่ ๕
และรัชกาลที่ ๖
ทรงมอบให้กระทรวงโยธาธิการ
บูรณะปฏิสังขรณ์จนถึงปัจจุบัน
การบูรณะใหญ่อีกครั้งหนึ่งดำเนินการในสมัยรัชกาลที่ ๕
และในสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
รัชกาลปัจจุบัน
ก็ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในปี พ.ศ.๒๕๑๔ เป็นต้นมา
วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
เป็นวัดที่มีความสำคัญมาตลอดทุกรัชกาล
และได้รับสถาปนาให้เป็น "วัดประจำรัชกาลที่ ๑
ของ องค์สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช"
|
หมู่พระมหาเจดีย์
ประจำรัชกาล
๔ พระองค์
ตั้งแต่รัชกาลที่ ๑
ถึงรัชกาลที่ ๔
|
สิ่งสำคัญในพระอาราม
๑. พระอุโบสถ เป็นพระอุโบสถแบบศิลปะรัตนโกสินทร์ คือฐานตรง เสาสี่เหลี่ยม หลังคามุขลดสามชั้น หน้าบันประดับลายปูนปั้นเป็นลายเครือวัลย์ สร้างในสมัยรัชกาลที่ ๑ แต่ได้ขยายและสร้างใหม่ในรัชกาลที่ ๓ และมีการซ่อมแซมต่อมาอีกหลายครั้งจนถึงปัจจุบัน
ภายในพระอุโบสถ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังเขียนด้วยสีน้ำมันเรื่องพระสาวกที่ได้รับเอตทัคคะ และเสาในพระอุโบสถทั้ง ๑๖
เสา เขียนด้วยสีน้ำมัน
เป็นลายดอกไม้ก้านแย่งสลับนก
บานประตูด้านในเขียนลายรดน้ำ
เป็นภาพพัดพระราชาคณะฐานานุกรมเปรียญฝ่ายอรัญวาสี และคามวาสี ทั้งในกรุงและนอกเมือง
ส่วนด้านนอกประดับมุก
เป็นภาพรามเกียรติ์
๒.
พระระเบียงรอบพระอุโบสถ เป็นระเบียง ๒ ชั้น ทั้งระเบียนชั้นนอก และระเบียงชั้นใน สร้างในรัชกาลที่ ๑ ในรัชกาลที่ ๓
โปรดให้เสริมผนังพระระเบียงชั้นใน
ให้สูงกว่าเดิม ๒ ศอก ต่อมาในรัชกาลที่ ๕ ได้โปรดให้บูรณะใหม่อีกครั้งหนึ่ง
ภายในพระระเบียงทั้ง ๒ ชั้นประดิษฐานพระพุทธรูปศิลปะสมัยต่างๆ เช่น ล้านนา สุโขทัย อู่ทอง และอยุธยา
ซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ ๑ ได้โปรดให้อัญเชิญมาจากหัวเมืองต่างๆ แล้วนำมาบูรณะใหม่ ในรัชกาลที่ ๓ ได้ทำฐานชุกชีพระพุทธรูปใหม่ พระพุทธรูปที่ประดิษฐานในพระระเบียงชั้นในมีทั้งสิ้น ๑๕๔ องค์ ส่วนในพระระเบียงชั้นนอกประดิษฐานพระพุทธรูป ๒๔๔ องค์
ตามเสาพระระเบียงจำหลักศิลาจารึก
ประเภทวรรณคดีต่างๆ เช่น โคลง ฉันท์ กลอน กลบท
ระหว่างพระระเบียงทั้ง ๒ ชั้น มีถะ หรือเจดีย์ลัทธิมหายานแบบจีน จำนวน ๒๐ องค์
๓. พระพุทธเทวปฏิมากร
พระประธานในพระอุโบสถ
เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิ
ขนาดหน้าตักกว้าง ๕ ศอก ๑ คืบ ๔
นิ้ว
พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจักรีบรมนาถพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
โปรดให้อัญเชิญมาจากวัดคูหาสวรรค์
(วัดศาลาสี่หน้า) ธนบุรี
ใต้ฐานชุกชีเป็นที่บรรจุพระบรมอัฐิ
(บางส่วน)
ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
|